สถานการณ์ประท้วงต่อต้านการรัฐประหารในเมียนมา ยืดเยื้อใกล้ครบ 1 เดือน ขณะที่ตำรวจยกระดับการใช้มาตรการ “เข้มงวด” เพื่อสลายการชุมนุมซึ่งเกิดขึ้นรายวัน โดยเฉพาะที่เมืองย่างกุ้ง และเมืองมัณฑะเลย์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 27 ก.พ.ว่าตำรวจเมียนมาในเมืองใหญ่ที่สุด 2 อันดับแรกของประเทศ คือเมืองย่างกุ้ง และเมืองมัณฑะเลย์ ยกระดับ “มาตรการขั้นเด็ดขาด” เพื่อควบคุมสถานการณ์ชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งเกิดขึ้นทุกวัน นับตั้งแต่มีการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยประชาชนยังคงออกมารวมตัวกันตามสถานที่นัดหมายแห่งเดิม ด้านเจ้าหน้าที่ซึ่งปักหลักรออยู่แล้ว ใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมและควบคุมฝูงชนทันที
 
ทั้งนี้ ยังคงมีรายงานการใช้ “อาวุธปืน” ของตำรวจ นอกเหนือจากแก๊สน้ำตา แต่ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า การใช้อาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ ระหว่างการชุมนุมของประชาชน เมื่อวันเสาร์ มีเพียงกระสุนยาง หรือมีการใช้กระสุนจริงร่วมด้วย ขณะที่กองทัพเมียนมายืนยันการใช้ “มาตรการประนีประนอมสูงสุด” กับกลุ่มผู้ชุมนุม แต่ในเดือนนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ตลอดจนผู้ถูกจับกุมอีกเป็นจำนวนมาก และมีตำรวจเสียชีวิตอีกอย่างน้อย 1 นาย

ขณะที่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นายจอ โม ตุน เอกอัครราชทูตเมียนมาประจำสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) ซึ่งได้รับการแต่งตั้งในสมัยรัฐบาลของนางออง ซาน ซูจี กล่าวต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ( ยูเอ็นจีเอ ) ในนครนิวยอร์ก ยืนยันการอยู่เคียงข้างนางซูจี และเรียกร้องประชาคมโลก “ใช้ทุกวิถีทางที่จำเป็นตามกฎหมาย” เพื่อยุติการยึดอำนาจของกองทัพเมียนมา