เกิดอะไรขึ้น เมื่อเราดื่มน้ำไม่เพียงพอ เมื่อร่างกายคนเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 60 เปอร์เซ็นต์ จึงควรให้ความสำคัญกับการดื่มน้ำมากเป็นพิเศษ ซึ่งสูตรที่ใช้กันอย่างเป็นสากลคือ 8×8 นั่นคือ ดื่มน้ำปริมาณ 8 ออนซ์ให้ได้ 8 แก้วในทุกวัน ซึ่งจะเท่ากับปริมาณ 2 ลิตร หรือ 2,000 มิลลิลิตรนั่นเอง

การดื่มน้ำ ดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ไม่เห็นจะต้องมานั่งพูดนั่งย้ำกันบ่อยๆ แต่ทราบหรือไม่ว่าหลายคนมีปัญหา “ลืมดื่มน้ำ” ระหว่างวัน อาจจะติดเรียนยาว ทำงานยาว ไม่ได้ลุกไปไหน หรือวิ่งวุ่นมากๆ จนลืมดื่มน้ำ แม้กระทั่งลืมว่าตัวเองหิวน้ำ และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ

“ดื่มน้ำ” อย่างไร ให้เพียงพอและได้ประโยชน์สูงสุด
แต่หากนับรวมน้ำที่มาจากเครื่องดื่มอื่นๆ และอาหารที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบด้วย จะต้องดื่มน้ำในปริมาณที่มากขึ้นด้วย เพราะ 20 เปอร์เซ็นต์ของของเหลวที่เราบริโภคเข้าไปมักมาจากอาหารหรือเครื่องดื่มอื่นๆ นั่นเอง โดยปริมาณที่แนะนำสำหรับเพศชายอยู่ที่ 15.5 แก้ว (3.7 ลิตร) และเพศหญิงอยู่ที่ 11.5 แก้ว (2.7 ลิตร)

ทั้งนี้ สิ่งที่จะเป็นตัวชี้วัดหรือบอกเราได้ว่าดื่มน้ำในแต่ละวันเพียงพอแล้วหรือยัง คือ “สีของปัสสาวะ” หากดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอ สีของปัสสาวะจะเป็นสีเหลืองอ่อนๆ แต่ถ้าปัสสาวะเป็นสีเหลืองเข้ม นั่นหมายความว่า เราดื่มน้ำน้อยเกินไป

อย่างไรก็ตาม หากมีปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย ก็อาจทำให้ต้องดื่มน้ำในปริมาณที่มากกว่าปกติด้วย อาทิ

ออกกำลังกาย : หากเป็นการออกกำลังกายที่ทำให้เหงื่อออก ต้องดื่มน้ำให้มากกว่าปกติ เพื่อชดเชยน้ำที่สูญเสียไป โดยดื่มทั้งก่อน ระหว่าง และหลังออกกำลังกาย

สภาพอากาศ : หากอยู่ในสภาวะที่อากาศร้อนจนทำให้เหงื่อออกมากกว่าปกติ อาจทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำได้ จึงควรดื่มน้ำให้มากขึ้นเพื่อทดแทนน้ำที่สูญเสียไป

“ดื่มน้ำ” อย่างไร ให้เพียงพอและได้ประโยชน์สูงสุด
สุขภาพ : หากร่างกายสูญเสียน้ำ เนื่องจากมีไข้ อาเจียน ท้องเสีย จนทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ให้ดื่มน้ำมากขึ้น หรือดื่มน้ำเกลือแร่ตามคำแนะนำของแพทย์

ตั้งครรภ์-ให้นมบุตร : ต้องดื่มน้ำเพิ่มขึ้นเพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ ซึ่งปริมาณที่แนะนำสำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์คือ 10 แก้วต่อวัน (2.4 ลิตร) และผู้ให้นมบุตร 13 แก้ว (3.1 ลิตร)

นอกจากนี้ การดื่มน้ำให้ได้ประโยชน์สูงสุดก็ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาต่างๆ ในการดื่มน้ำด้วยเช่นกัน

ดื่มน้ำอย่างไรให้ได้ประโยชน์ต่อร่างกายสูงสุด

-ดื่มน้ำเปล่าที่สะอาด ปราศจากสารเจือปน
-ดื่มน้ำโดยการจิบทีละน้อยตลอดทั้งวัน ไม่ควรดื่มน้ำทีเดียวครั้งละมากๆ
-ระวังการดื่มครั้งเดียวในปริมาณมาก เพราะจะทำให้ไตทำงานหนักขึ้น เลือดเจือจาง หรือปริมาณน้ำในเซลล์มากจนเกิดอาการบวมน้ำ อาจเกิดพิษต่อเซลล์ วิงเวียนหรือปวดศีรษะ เป็นต้น
-หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำอย่างรวดเร็ว เพราะจะมีผลกระทบต่อการทำงานและการสูบฉีดของหัวใจ
-ถ้าดื่มน้ำจากขวดน้ำที่ใช้เติมน้ำเป็นประจำ รวมถึงแก้วน้ำ อย่าลืมหมั่นล้างเป็นประจำ เพื่อป้องกันเชื้อโรคหรือแบคทีเรียสะสม